Featured post

รับทำ seo

seo,รับทำ seo,seo services

ทำไมต้องทำ Seo กับ iNokk

  • ปรับปรุงเว็บไซต์ให้ถูกตามหลัก SEO

    เราจะช่วยท่านปรับปรุงเว็ปไซต์ของท่าน ให้ถูกต้องตามหลักและถูกต้องตามความต้องการของ Search Engine ซึ่งจะช่วยให้เว็ปไซต์ของท่านสามารถทำอันดับบน Search Engine ได้เร็วขึ้น

  • ช่วยทำอันดับเว็ปไซต์

    ด้วยความสามารถที่เรามี เรามั่นใจว่าเราสามารถทำให้เว็ปไซต์ของคุณขึ้นมาอยู่หน้าแรกของ Google ในคำค้นหาที่คุณต้องการได้

  • ดูแลอันดับให้เป็นอย่างดี

    เมื่อเราสามารถทำอันดับเว็ปไซต์ของท่านให้ติดอันดับตามคำค้นหาที่ ท่านต้องการแล้ว เราจะดูแลอันดับของเว็ปไซต์ของท่าน ให้ติดอยู่หน้าแรกตามเวลาที่เรารับประกันอย่างแน่นอน

planning

ท่านจะได้รับการช่วยเหลือในทุกๆขั้นตอนการทำ SEO จากทีมงานมืออาชีพ

Step 1 – เลือกคีย์ที่ใช้

วิเคราะห์ Keyword ที่เหมาะสมในการทำ SEO สำหรับเว็ปไซต์ที่ยังไม่มี Keyword ที่ต้องการทำ และช่วยคัดกรอง Keyword ที่เหมาะสมในการทำ SEO

Step 2 – วิเคราะห์เว็บไซต์

ให้คะแนะนำเกี่ยวกับเว็บไซต์ของคุณ รวมถึงการวิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่งขัน ประเมินค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

Step 3 – ปรับ Onpage

ให้คำแนะนำในการปรับ Title และ Description ของเว็บไซต์ เพื่อให้ถูกใน Google ก่อนที่จะทำ SEO จริง

Step 4 – ทำ SEO เต็มสูตร

ทีมงานจะทำ SEO ให้คุณอย่างสุดความสามารถ

รับทำ seo

บริการรับทำ seo fanpage

บริการรับทำ seo fanpage แนวใหม่ด้วย facebook.com ใน Google.co.th

รับทำ seo fanpage

ข้อดีของการใช้ fanpage ทำ SEO

1. ทำขึ้นอันดับได้รวดเร็ว ประมาณไม่เกิน 3 เดือน
2. seo fanpage ราคาถูกกว่าทำ SEO ด้วยเว็บไซต์ 40% – 50%
3. seo fanpage รักษาอันดับได้ง่าย คู่แข่งทำอันดับแซงได้ยาก
4. seo fanpage สามารถทำได้ทุก keyword
5. fanpage มีความน่าสนใจกว่าเว็บไซต์

รายละเอียดบริการ รับทำ seo fanpage

- บริการ Top 5 ใช้ระยะเวลาทำงาน 30-120 วัน ครบกำหนดแล้วไม่ติดอันดับ คืนเงิน 100%
- บริการ Top 10 ใช้ระยะเวลาทำงาน 30-90 วัน ครบกำหนดแล้วไม่ติดอันดับ คืนเงิน 100%
- ไม่มีรายงานส่ง ปิดงานเมื่ออันดับใน Google.co.th ขึ้นมาตามที่ตกลงและนิ่งอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการอย่างน้อย 7-15 วัน (ถึงจะปิดงานไปแล้ว แต่ผมก็ยังดูแลให้เรื่อย ๆ ตามความเหมาะสมจนครบกำหนดเวลางานครับ)
- รับทั้งคีย์ไทยและ eng (วัดผลอันดับใน Google.co.th เท่านั้น)
- ท่านต้องให้ความร่วมมือในกรณีที่ต้องปรับ OnPage เพื่อผลอันดับที่ดีขึ้น
- ไม่รับคีย์โหดต่าง ๆ เช่น คีย์เกมส์ เกม game seo และคีย์เกี่ยวกับวาไรตี้ในบางคีย์ ไม่แน่ใจสอบถามก่อนได้ครับ
- ไม่รับคีย์การพนัน 18+ และเว็บผิดกฎหมาย

สิ่งที่ท่านต้องเตรียมให้เรา

1. Facebook Fanpage
2. Keyword
3. อันดับปัจจุบันใน google.co.th
4. จำนวนเงินที่โอน (ควรโอนเป็นเศษสตางค์เพื่อง่ายแก่การตรวจสอบ)
4. ธนาคารและเวลาที่โอน

ระยะเวลารับทำ SEO fanpage

ระยะเวลาดำเนินการ 3 เดือน
ระยะเวลารักษาอันดับ 12 เดือน

เงื่อนไขการชำระเงิน รับทำ SEO fanpage

40% เริ่มงาน
40% เมื่อติดอันดับ
20% รักษาอันดับครบ 12 เดือน

หากภายในระยะเวลา 3 เดือน ทำไม่ติด คืนเงินที่ได้รับมาเต็มจำนวนครับ

โปรโมท Facebook Fanpage ด้วยการทำ SEO สามารถช่วยทำให้คุณสามารถขายสินค้าและบริการได้มากยิ่งขึ้น ลองโทรมาคุยกับผมสิครับว่า คำที่คุณต้องการที่จะให้คนเห็นที่กูเกิล เป็นคำว่าอะไร และผมจะคำนวณคร่าวๆว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน ผมรับทำ SEO เฟสบุคให้ขึ้นหน้า 1 กูเกิล อย่างแรง อย่างเร็ว และอย่างปลอดภัย

ราคารับทำ SEO fanpage ขึ้นอยู่กับ Keyword สนใจสอบถามเข้ามาได้เลยครับ

10 เทคนิคการขึ้นสู่อันดับสูงสุดจากการใช้เครื่องมือช่วยค้นหา

การค้นหาเว็บไซต์สามารถทำได้ใน Google, Yahoo และ Bing เป็นต้น ซึ่งดูเหมือนจะไม่ยาก แต่เราจะทำการเริ่มต้นค้นหาอย่างไรเราจะแนะนำเทคนิคดีๆที่ช่วยคุณในการเริ่ม ต้นค้นหาได้ที่นี่

1. อย่าซื้อโดเมนใหม่หากไม่จำเป็น เครื่องมือช่วยในการค้นหาจะดูที่อายุของโดเมน คุณสามารถซื้อโดเมนใหม่แล้วทำการลิงค์เข้ากับโดเมนเก่า แต่หากเป็นไปได้เราขอแนะนำให้คุณใช้โดเมนเดิมและเว็บไซต์เดิมเป็นสิ่งที่ดี ที่สุด หากในกรณีที่คุณจำเป็นต้องสร้างโดเมนใหม่คุณไม่ควรคาดหวังที่จะมีทราฟฟิคที่ ดีในการใช้เครื่องมือช่วยค้นหา โดยอาจจะต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนๆหรือมากกว่านั้น

2. เพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ของคุณในกลุ่มผู้ชม เครื่องมือที่ช่วยในการค้นหาจะดูคำค้นหาที่กลุ่มผู้ใช้งานใส่คำลงไปในช่อง สำหรับค้นหา หากมีการใส่คีย์เวิร์ดที่เหมือนหรือมีความใกล้เคียงกับเนื้อหาในเว็บไซต์ของ คุณผู้ใช้งานเหล่านั้นก็มีโอกาสเป็นลูกค้าของคูณได้ คุณจำเป็นที่จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์เพื่อให้สอดคล้องกับ*ความ ต้องการ*ของลูกค้าคุณสามารถทำการศึกษาเกี่ยวกับกลุ่มลูกค้าในอินเทอร์เน็ต เพื่อดูข้อมูลทางด้านประชากรศาสตร์ การเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์อื่นๆ ชุมชนออนไลน์ หรือฟอรัมของกลุ่มลูกค้าที่มีการใช้งานบ่อยและทำการศึกษาดูบทสนทนาที่กลุ่ม ผู้ใช้งานให้ความสนใจ ข้อมูลที่ได้อาจจะมีผลต่อการจัดรูปแบบเว็บไซต์ คำหรือคีย์เวิร์ด และการคัดลอกคีย์เวิร์ด

3.ทำวิจัยหาคีย์เวิร์ด กลุ่มคำที่คุณคิดไว้ว่ากลุ่มลูกค้าน่าจะใช้เพื่อค้นหา อาจไม่ถูกต้องเสมอไป เราขอแนะนำให้คุณใช้เครื่องมือช่วยเหลือเช่นจาก KeywordDiscovery, WordtrackerหรือGoogle’s Keyword Tool และให้สร้างรายการคีย์เวิร์ดสำหรับเว็บไซต์ของคุณ โดยเลือกคีย์เวิร์ดให้แตกต่างกันในแต่ละหน้าของเว็บไซต์ และอย่าใช้คีย์เวิร์ดที่กว้างจนเกินไปเช่นคำว่า “ท่องเที่ยว” หรือ “วันหยุด” เนื่องจากจะไม่ตรงกับเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณ

4. เลือกและจัดประเภทเว็บไซต์และจัดการ navigation ของคีย์เวิร์ด งานวิจัยของคุณอาจจะครอบคลุมหรือยังไม่ครอบคลุมรูปแบการแบ่งประเภท สินค้า/บริการและเรื่องที่น่าสนใจ ไปยังเว็บไซต์ของคุณ ยกตัวอย่างเช่น หากเว็บไซต์ของคุณขายสินค้าเกี่ยวกับของเล่นเด็ก จะมีด้วยกันหลายวิธีในการจัดประเภทและจัดรูปแบบเว็บไซต์ของคุณเพื่อให้ ลูกค้าสามารถทำการค้นหาของเล่นที่ตนต้องการ หากลูกค้าต้องการหาของเล่นสำหรับพัฒนาการของเด็ก (ให้มองหากลุ่มคีย์เวิร์ดประเภท “เด็กชั้นเตรียมอนุบาล”) หรือบางคนอาจจะเลือกสินค้าตามแบรนด์ ดังนั้นคีย์เวิร์ดค้นหาของคุณจำเป็นจะต้องใช้สำหรับกลุ่มลูกค้าในการค้นหา ของเล่นที่พวกเขาต้องการหน้าที่อีกอย่างของคุณคือ ต้องทำการตรวจสอบให้แน่ใจว่า ระบบ navigation รองรับการค้นหาที่หลากหลาย และให้แน่ใจว่าคุณได้สร้างลิงค์ไปยังเพจของสินค้าแต่ละแบรนด์และเพ จเก่า-ใหม่ ร่วมถึงประเภทต่างๆของของเล่น เป็นต้น

5. โปรแกรมเว็บไซต์ของคุณต้องเหมาะสมกับโปรแกรม crawler ในเครื่องมือช่วยค้นหาหรือที่เรียกว่า crawler-friendly เครื่องมือช่วยในการค้นหาไม่สามารถทำการกรอกแบบฟอร์ม ค้นหาเว็บไซต์ อ่านลิงค์ JavaScript และเมนู หรือไม่สามารถแสดงผล Flash ได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่สามารถใช้งาน โปรแกรมเหล่านั้นในเว็บไซต์ของคุณได้ อย่างไรก็ตามคุณต้องเพิ่มทางเลือกไปยัง navigation ของคุณเพราะเพียงแค่เมนู drop-down สำหรับประเภทสินค้าหรือแบรนด์ยังไม่เพียงพอต่อการค้นหาในระบบcrawler คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีลิงค์ HTML ใน navigation หลักของทุกเพจซึ่งทำการลิงค์ไปยังด้านบนสุดของเว็บไซต์ และในแต่ละเพจนั้นคุณต้องมี HTML สำหรับแต่ละหน้าของสินค้า/บริการ (HTML ลิงค์นั้นไม่จำเป็นต้องเป็นลิงค์ข้อความเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจจะเป็นรูปภาพที่อยู่ในรูปแบบของแท็ก <a href>ก็ได้ เนื่องจากเครื่องมือช่วยในการค้นหาสามารถทำการค้นพบลิงค์เหล่านี้ได้เช่นกัน

6. ทำสัญลักษณ์สำหรับลิงค์ข้อความภายในของคุณและรูปภาพที่คลิกได้ (แท็ก aka alt)โดยทำให้มีความชัดเจนหรือหากสามารถอธิบายประกอบได้ยิ่งดีผู้เข้าชม เว็บไซต์ของคุณและเครื่องมือช่วยค้นหาจะมองที่จำนวนลิงค์ที่สามารถคลิกได้ใน เว็บไซต์ (ข้อความใน aka ) ซึ่งจะช่วยอธิบายรายละเอียดก่อนทำการคลิกเข้าชม หลีกเลี่ยงการทำให้ผู้ชมเกิดความสงสัยว่าหากคลิกเข้าไปที่ปุ่ม “คลิกที่นี่” นั่นเกี่ยวข้องกับอะไร โดยต้องทำการอธิบายให้ชัดเจนหรือมีภาพอธิบาย การเขียน ข้อความในลิงค์นั้น มีข้อดืคือสามารถอธิบายเพจที่ต้องการคลิกเข้าไปชมได้ด้วยคีย์เวิร์ดหลัก

7. เขียนคัดลอกในเพจหลักของเว็บไซต์โดยใช้คีย์เวิร์ดที่ได้เลือกไว้สำหรับกลุ่ม ลูกค้าของคุณ และให้แน่ใจว่าจะสามารถแสดงผลในเครื่องมือช่วยค้นหาซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ในการทำให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จ เครื่องมือช่วยค้นหาจำเป็นต้องอ่านคีย์เวิร์ด Rich-Copy ในหน้าเพจของคุณก่อนที่จะทำการจัดประเภทเว็บไซต์ของคุณสิ่งที่คัดลอกมานี้ ไม่ควรเป็นรูปภาพกราฟฟิคหรือถูกซ่อนอยู่ใน Flash และให้มีความใกล้เคียงกับคีย์เวิร์ดของคุณมากที่สุด จำนวนของคีย์เวิร์ดที่ใช้ต่อเพจ โดยให้พิจารณาใช้ตามความเหมาะสมการใช้คีย์เวิร์ดที่ไม่เหมาะสมจะทำเกิดความ สับสนขึ้นได้ ( ควรอ่านเกี่ยวกับเทคนิค Copywriting Combo เพื่อการปฎิบัติที่ถูกต้อง)

8. รวบรวมคีย์เวิร์ดไว้ในแต่ละหน้าของ Title Tag ซึ่งTitle Tag นั้นมีความสำคัญกับเครื่องมือช่วยค้นหา โดยทุกๆคีย์เวิร์ดหรือคีย์เวิร์ดคัดลอกจะถูกใส่ไว้ใน Title Tag โดยให้ระลึกถึงไว้เสมอว่าข้อความใดๆที่ถูกใส่ลงใน Title tags จะถูกแสดงเป็นรูปแบบของลิงค์ที่สามารถคลิกได้ในมุมมองของเครื่องมือช่วยค้น หา โดยทำให้แน่ใจว่าลิงค์เหล่านั้นมีความเหมาะสมกับเนื้อหาในแต่ละเพจ และลูกค้าจะใช้คีย์เวิร์ดนั้นในการค้นหาสินค้า/บริการที่ตนเองต้องการ

9. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ของคุณเป็น “link-worthy”การที่มีไซต์อื่นๆลิงค์มายังเว็บไซต์ของคุณถือเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เว็บของคุณประสบความสำเร็จในการสืบค้นโดยใช้เครื่องมือช่วยค้นหา เนื่องจากเครื่องมือช่วยในการค้นหาจะดูที่ค่าความนิยมทั่วไปในเว็บไซต์ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำเว็บไซต์ของคุณให้ดีก่อนโดยจัดทำเนื้อหาให้ดีและมี ประโยชน์ ลิงค์อื่นๆก็จะตามมาเองในภายหลัง

10. อย่าใช้คีย์เวิร์ดเดียวกันกับเว็บอื่นหรือกังวลเรื่องอันดับมากเกินไป หากคุณปฏิบัติตาม 9 ข้อด้านบนแล้ว คุณจะเห็นการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ชม อย่ากังวลเกี่ยวกับอันดับมากจนเกินไป แต่ให้ดูที่จำนวนผู้ชมที่คุณได้รับ ยอดขาย และความนิยมที่เพิ่มขึ้น (โดยคุณสามารถดาวน์โหลด Google Analytics ฟรีเพื่อประเมินหาปัจจัยที่ส่งผลดีต่อเว็บไซต์) การเพิ่มข้อความที่เป็นประโยชน์ถือเป็นเรื่องที่ควรทำและให้ความสนใจ แต่ไม่ควรเพิ่มสิ่งไร้สาระลงไปเนื่องจากไม่มีผลดีต่อตัวเว็บไซต์และธุรกิจ ของคุณ

ที่มา http://blog.uptopromo.com/

บริการรับทำ SEO ด้วย Youtube

บริการรับทำ SEO แนวใหม่ด้วย Youtube ใน Google.co.th

บริการ SEO แนวใหม่ด้วย Youtube

ข้อดีของการใช้ Youtube ทำ SEO
1. ทำขึ้นอันดับได้รวดเร็ว ประมาณไม่เกิน 3 เดือน
2. ราคาถูกกว่าทำ SEO ด้วยเว็บไซต์ 40% – 50%
3. รักษาอันดับได้ง่าย คู่แข่งทำอันดับแซงได้ยาก
4. สามารถทำได้ทุก keyword
5. Youtube มีความน่าสนใจกว่าเว็บไซต์
6. user ใช้งาน internet ระดับ 10 mb สามารถดู Youtube ได้ไม่ติดขัด
ระยะเวลารับทำ SEO ด้วย Youtube
ระยะเวลาดำเนินการ 3 เดือน
ระยะเวลารักษาอันดับ 12 เดือน

เงื่อนไขการชำระเงิน รับทำ SEO ด้วย Youtube
40% เริ่มงาน
40% เมื่อติดอันดับ
20% รักษาอันดับครบ 12 เดือน

หากภายในระยะเวลา 3 เดือน ทำไม่ติด คืนเงินที่ได้รับมาเต็มจำนวนครับ

ราคารับทำ SEO ด้วย Youtube ขึ้นอยู่กับ Keyword สนใจสอบถามเข้ามาได้เลยครับ

เทคนิคหา traffic คุณภาพเข้าเวป โดยตรงตามความต้องการ โดย Akimura Webdev

อีกหนึ่งบทความดีๆจาก thaiseo ที่อยากนำมเก็บไว้อ่านและเผยแพร่

เทคนิคหา traffic คุณภาพเข้าเวป โดยตรงตามความต้องการ โดย Akimura Webdev

หา keyword ให้ตรงความต้องการ
- เอา keyword เกี่ยวกับเวปคุณ ไปหาใน google keyword tool
โค๊ด:

https://adwords.google.com/o/Targeting/Explorer?__c=1000000000&__u=1000000000&ideaRequestType=KEYWORD_IDEAS

- จะใด้ keyword เพิ่มเติมที่น่าสนใจมา เท่านี้ตุณก็จะได้ niche keyword ที่น่าสนใจแล้ว
*ยกตัวอย่าง ผมต้องการหาตากล้อง เลยค้นว่า ตากล้อง
ปรากฏว่า ได้ keyword ที่ดีกว่าคือ ช่างภาพ เพราะมีจำนวนการค้นหามากกว่า
ก็แสดงว่าเข้าชมมากกว่า ดังนั้น นี่แหละคือ niche keyword

หา traffic จาก เวปประกาศฟรีต่างๆ
1.เลือกเวปประกาศที่มีความน่าเชื่อถือ สังเกตุว่าต้องไม่โดน google deindex เพราะจะเสียปล่าว เลือก pr 1+ ขึ้นไป
2.เพิ่มประกาศ โดยกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเวปเรา
3.เลือกใส่สินค้าที่ขายดี ที่คนสนใจ ของเวปเราลงไป เพิ่มรายละเอียดที่มี keyword เวปเรา
4.เพิ่ม link ส่งกลับคนมายังเวปเรา

หา traffic จาก เวปบอร์ด
1.หาเวปบอร์ดที่มีข้อมูลสัมพันธ์กับเวปเรา เช่น เว็บเราขายเสื้อผ้า ลองค้น google ว่า เสื้อผ้า
เวปบอร์ดอันไหนแสดงผลก่อนยิ่งมีภาษีดีกว่า เข้าเว็บนั้นเลยทันที !!
2.สมัครสมาชิก แนบลายเซ็นแบบเนียนๆ โดยแนบ link เข้าเว็บเรา เพิ่มรายละเอียดที่มี keyword เวปเรา
3.เมื่อมีคนเปิดประเด็นเกี่ยวกับ เสื้อผ้า ควรตอบและนำเสนอ โดยแนบ short link เข้าเว็บเรา
4.สร้างกระแส โดยการรีวิวเสื้อผ้า จากเว็บเรา บอกว่าบริการดี ผ้าดี สรรพคุณต่างๆ ใส่ลิงค์เข้าเว็บเรา

หา trafic จาก facebook
1.เอา keyword นั้นไปค้นหาใน facebook
2.เลือกถูกใจ แฟนเพ็จที่เนื้อหาเกี่ยวกับเรา
3.เมื่อมีคนพูดถึงสิ่งที่สนใจ ให้เราไปตอบเขาหรือนำเสนอ โดยแนบ short link เข้าเว็บเรา
4.เชื่อว่ามีคนมามีคนสนใจเข้าลิงค์คุณแน่นอน !!

เครดิต คุณ cmpaisan

http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,325663.msg4513293/topicseen.html

วิธีการวิเคราะห์การแข่งขันทางSEO ของคุณ

วันนี้เจอบทความ seo ดีๆอีกบทความนึง จึงขอเอามาแชร์ให้ได้อ่านกันครับ

คุณเคยรู้สึกบ้างไหมว่า ไม่ว่าคุณจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จกับเสิร์ชเอนจิน? ในขณะที่คุณอาจกำลังทำสิ่งที่ผิด อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ความสามารถSEO ของคุณต่ำเป็นเพราะคุณมีคู่แข่งที่ยากจริงๆ หากคุณอยู่ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงและคุณไม่สามารถพ่ายแพ้การแข่งขันนี้ได้ คุณต้องไม่ทำเพียงแค่จับตามองพวกเขา
ถึงแม้ว่าตลาดของคุณจะไม่มีการแข่ง ขันสูงขนาดนั้น คุณก็จะเพียงแค่ชนะหากคุณรู้วิธีการเฝ้าสังเกตความสำเร็จหรือความล้มเหลวของ คู่แข่ง นี่คือขั้นตอนบางขั้นตอนที่คุณสามารถทำเพื่อวิเคราะห์การแข่งขันทาง SEO ของคุณ

วิธีการวิเคราะห์การแข่งขันทางSEO ของคุณ

1.ค้นหาว่าใครคือคู่แข่งทาง SEO ของคุณ
คุณไม่ สามารถวิเคราะห์คู้แข่งของคุณได้หากคุณไม่รู้ว่าเขาคือใคร ในบางกรณีการระบุว่าใครเป็นคู่แข่งของคุณนั้นง่ายมาก – ตัวอย่างเช่น หากคุณมีธุรกิจแบบออฟไลน์และคุณก็รู้ว่าคู่แข่งของคุณเป็นใคร คุณเพียงเช็คเว็บไซต์ของคู่แข่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามกรณีอื่นๆในการระบุว่าใครเป็นคู่แข่งไม่ได้ง่ายอย่างนั้น คู่แข่งของคุณอาจเป็นเว็บไซต์ในตลาดจำพวกเดียวกัน เว็บไซต์ที่มีอันดับค่อนข้างดีสำหรับคีย์เวิร์ดหลักของคุณ หรือ คู่แข่งโดยตรงสำหรับคีย์เวิร์ดแบบ long tail(คีย์เวิร์ดยาวๆ) ฯลฯ รายชื่อคู่แข่งของคุณค่อนข้างเยอะและแน่นอนว่าคุณไม่สามารถเฝ้าสังเกตพวกเขา ทั้งหมด คุณต้องทำการค้นหาใน Google โดยใช้คีย์เวิร์ดเป้าหมายของคุณค้นหาและทำรายชื่อของเว็บไซต์/บริษัทที่ติด อันดับต้นๆในผลการค้นหา คุณสามารถพิจารณารายชื่อเหล่านั้นว่าเป็นกลุ่มคู่แข่งหลักของคุณก็ว่าได้

2. เข้าไปดูเว็บไซต์คู่แข่งของคุณและวิเคราะห์พวกเขา
หลัง จากที่คุณมีรายชื่อคู่แข่งแล้ว – หรืออย่างน้อยมีเฉพาะรายชื่อหลักๆ – ขั้นตอนต่อไปคือลองเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์เหล่านั้นและวิเคราะห์ คุณควรเข้าไปดูว่าเว็บไซต์ของพวกเขามีการออกแบบอย่างมืออาชีพ หากเว็บไซต์เหล่านั้นมีเนื้อหามากมาย เนื้อหาในเว็บไซต์นั้นมีคุณภาพขนาดไหน พวกเขาใช้ URL แบบคงที่หรือแบบไดนามิก ฯลฯ การตรวจสอบเว็บไซต์ขั้นพื้นฐานนี้จะทำให้คุณได้รับข้อมูลมากมายและทำให้คุณ รู้ว่าเว็บไซต์ของคู่แข่งนั้นมีความเป็นมืออาชีพมากแค่ไหนหรือเสิร์ชเอนจิ นชอบเว็บไซต์เหล่านี้หรือไม่

3. วิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่คู่แข่งของคุณใช้
คีย์ เวิร์ดเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดเสมอในการประสบความสำเร็จด้าน SEO นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณสามารถคาดหวังว่าหากคู่แข่งของคุณใช้คีย์เวิร์ดอย่าง เหมาะสม เว็บไซต์ของพวกเขาจะมีอันดับค่อนข้างดีในเสิร์ชเอนจินคุณอาจพบความลำบากบ้าง ในการระบุคีย์เวิร์ดที่คู่แข่งของใช้เพราะสิ่งที่คุณคิดว่าเป็นคีย์เวิร์ด ที่ดีในตลาดของคุณอาจไม่ใช่สิ่งที่คู่แข่งคุณใช้เลยก็ได้ หากคุณไม่รู้ว่าคู่แข่งใช้คีย์เวิร์ดใด ลองตรวจสอบว่าพวกเขาใช้คีย์เวิร์ดของคุณหรือไม่
หรือคุณสามารถใช้เครื่อง มือแนะนำคีย์เวิร์ดสำหรับเว็บไซต์ในการตรวจสอบว่าคีย์เวิร์ดคำไหนใช้ได้ดีใน เว็บไซต์ของพวกเขา ในขณะทำการตรวจสอบคุณอาจพบคีย์เวิร์ดที่มีประโยชน์มากมายซึ่งคุณอาจมองข้าม และเริ่มทำการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์สำหรับพวกมัน
คุณควรตรวจสอบความ หนาแน่นในการใช้คีย์เวิร์ดของคู่แข่ง เครื่องมือ Keyword Desnity Cloud จะช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้น และต้องไม่ลืมที่จะตรวจสอบตำแหน่งของคีย์เวิร์ด– ดูว่ามีคีย์เวิร์ดใน heading metatag แท็กรูปภาพ URLฯลฯ

4. ตรวจสอบ Backlink ของคู่แข่ง
Backlink คือกระดูกดำของการจัดอันดับ SEO ที่ดี นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณจำเป็นตรวจสอบ backlink ของคู่แข่งอย่างละเอียด หาจำนวนและต้นตอ ข้อความของanchor ฯลฯ และคุณจะรู้ว่าคู่แข่งของคุณทำอย่างไร บ่อยครั้งคุณอาจเข้าใจการใช้ backlink สำหรับตัวคุณเอง – เช่น หากคุณเห็นว่าคู่แข่งของคุณมี backlink จากเว็บไซต์ดังๆที่คุณไม่รู้จัก ติดต่อเว็บมาสเตอร์ของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมและคอยดูว่าคุณก็สามารถได้ รับ backlink จากเว็บไซต์เหล่านี้ได้เช่นกัน คุณสามารถใช้เครื่องมือนี้ได้ฟรีและข้อดีก็คือ: การวิเคราะห์ข้อความ anchor ของ backlink (Backlink Anchor Text Analysis) และ สรุป backlink (Backlink Summary)

5. ตรวจสอบปัจจัยอื่นๆด้าน SEO
คีย์ เวิร์ดและ backlink สำคัญแต่ไม่ใช่ทุกอย่าง เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการจัดอันดับคู่แข่งของคุณ คุณจำเป็นต้องตรวจสอบอันดับหน้าเว็บคู่แข่งของคุณใน Google และวิธีที่พวกเขาทำใน Yahoo และ Bing เช่นกัน คุณควรดูที่จำนวนหน้าเว็บอินเด็กซ์ที่เว็บไซต์คู่แข่งมีในเสิร์ชเอนจิน

6. ประเมินการแสดงตัวตนของคู่แข่งบนโซเชียลมีเดีย
โซ เชียลมีเดียมีอิทธิพลในการผลักดันให้เว็บไซต์มีทราฟฟิคมากจำนวนมาก นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณไม่สามารถข้ามขั้นตอนการตรวจสอบวิธีที่คู่แข่งของคุณ ใช้กับโซเชียลมีเดีย โชคไม่ดีนักที่วิธีการตรวจสอบค่อนข้างทำยาก เว็บไซต์ โซเชียลบุ๊คมาร์ค (Social bookmarking) คือโซเชียลมีเดียประเภทหนึ่งและคุณสามารถเริ่มทำการวิจัยจากพวกมัน จับตามองเว็บไซต์โซเชียลบุ๊คมาร์ดหลักๆบางเว็บเพื่อดูว่าคู่แข่งของคุณได้ โพสต์อะไรไว้หรือไม่ และโพสต์นั้นได้รับความนิยมขนาดไหน
Twitter และ Facebook เป็นเว็บไซต์ที่สามารถนำมาซึ่งทราฟฟิคจำนวนมาก คุณสามารถค้นหาเพื่อดูว่าคู่แข่งหลักของคุณมีโปรไฟล์ในเว็บไซต์เหล่านี้หรือ ไม่ แต่หากคุณไม่คลิกติดตามพวกเขา คุณจะไม่มีทางรู้ว่าจริงๆแล้วพวกเขาโพสต์อะไร แต่หากโปรไฟล์ของพวกเขาได้ตั้งค่าเป็นสาธารณะก็จะทำให้คุณเห็นวิธีที่พวก เข้าทำบน Twitter และ Facebook.

7. วิเคราะห์วิธีการใช้โฆษณา PPC ของคู่แข่งของคุณ
ธุรกิจ หลายๆรายคิดว่าการใช้ PPC เพื่อผลักดันให้มีทราฟฟิคสูงๆนั้นมีราคาถูกและเพิ่มประสิทธิภาพให้มีอันดับ ดีในผลการค้นหาอย่างได้ผล Google Adwords เป็นอีกตัวเลือกสำหรับ PPC แต่ก็ยังมีเน็ตเวิร์กอื่นๆที่เว็บมาสเตอร์หลายๆคนใช้ หนึ่งในเครื่องมือที่ดีที่สุดซึ่งคนทั่วไปอาจคิดว่ามีเพียง Google Adwords เท่านั้นแต่ยังมีอีกหนึ่งเครื่องมือคือ เครื่องมือวิเคราะห์การแข่งขัน(Analyze Competition) ของ Google เครื่องมือนี้ช่วยเปรียบเทียบวิธีการที่ PPC ของคุณทำเพื่อเปรียบเทียบกับแคมเปญของคู่แข่งของคุณ
การเฝ้าสังเกตการ แข่งขันของคุณเป็นงานที่ไม่มีวันสิ้นสุด กิจกรรมทุกกิจกรรมที่เรากล่าวในบทความนี้ค่อนข้างใช้เวลาแต่หากคุณไม่ต้อง การ แต่อย่างไรก็ตามการวิเคราะห์อย่างละเอียดนั้นต้องใช้เวลา แม้ว่าคุณรู้ว่าคุณไม่สามารถชนะการแข่งขันได้ อย่างน้อยคุณยังได้เรียนรู้จากพวกเขาและสิ่งนี้จะช่วยให้การทำ SEO ของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่มา http://blog.uptopromo.com/?p=634

http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,325617.0.html

 

seo top 20 google

- เวลาที่ใช้ทำ seo ประมาณ 60 วัน หรือ อาจจะมากกว่านี้ ตามที่เราตกลงกัน
- ระยะเวลาอาจจะยืดหยุ่น ตามความยากง่ายและการวิเคราะห์ของเรา
- กล้ารับประกันติดอันดับ top 20 google
————————————————
กรุณาอ่านเงื่อนไขการใช้บริการด้วยนะครับ
————————————————
ราคา 2,500 บาท

ดูแลรักษาอันดับ

บริการดูแลรักษาอันดับ

สำหรับเว็บที่ติดอันดับแล้วเรามีบริการดูแลรักษาอันดับ บริการนี้ ผู้ใช้บริการจะต้องมีเว็บที่ติดอันดับอยู่แล้วและมีความมั่นคงในการจัดอันดับแล้ว เราจะดูแลรักษาอันดับตามที่เราตกลงกัน ตามเงื่อนไขที่เราตกลงกัน เรารับดูแล เฉพาะเว็บภาษาไทยเท่านั้น
—————————————-
ราคาค่าบริการดูแลรักษาอันดับ ผู้ใช้บริการจะต้องจ่ายเงินล่วงหน้าในเดือนต่อไป ผู้ใช้บริการจะชำระค่าบริการ ชำระรายเดือน เดือนละ 1,000 บาท
เหมาจ่ายราย 3 เดือน เดือนละ 3,000 บาท
เหมาจ่ายราย 6 เดือน เดือนละ 6,000 บาท
เหมาจ่ายรายปี ปีละ 12,000 บาท
—————————————-
*** ราคาค่าบริการ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เพราะ ความยากง่ายของแต่ละ keywords
ราคา 1,000 บาท

seo top 10 google

- เวลาที่ใช้ทำ seo ประมาณ 60 วัน หรือ อาจจะมากกว่านี้ ตามที่เราตกลงกัน
- ระยะเวลาอาจจะยืดหยุ่น ตามความยากง่ายและการวิเคราะห์ของเรา
- กล้ารับประกันติดอันดับ top 10 google
————————————————
กรุณาอ่านเงื่อนไขการใช้บริการด้วยนะครับ
————————————————
ราคา 6,500 บาท